Quinoa (ควินัว)
                มีการปลูกกันมากในประเทศเปรู   ควินัวเป็นเมล็ดที่มีสารอาหารสูงมาก มีโปรตีนเป็นหลักซึ่งมีปริมาณมากถึง 16 - 18% 

มีไฟเบอร์มากกว่าข้าวกล้องถึงสองเท่า เป็นแหล่งรวมของกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย

แร่ธาตุอื่นๆหลายชนิด เช่น แคลเซียม, ฟอสฟอรัส, แมกนีเซียม และธาตุเหล็ก  รวมทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ควินัวเป็นอาหารที่ย่อยได้ง่ายและให้พลังงานสูง ทั้งยังปราศจากกลูเต็น จนได้รับการขนานนามให้เป็น “Super Food” กระทั่งองค์การสหประชาชาติประกาศให้ปี 2013 เป็น “ปีแห่งควินัว”

 

ประโยชน์ของเมล็ดควินัว

การทานเมล็ดควินัวเพื่อการบำรุงสุขภาพ

                ส่วนสำคัญที่ทำให้ควินัวแตกต่างจากธัญพืชอื่นๆ เพราะมีโปรตีนอยู่เป็นจำนวนมาก และมีกรดอะมิโนที่จำเป็น เช่น ลิวซีน, ไอโซลิวซีน เหมือนกับที่พบในน้ำนมนอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและไฟเบอร์ มากกว่าธัญพืชชนิดอื่นๆ (มีแคลเซียมมากกว่าข้าวสาลีถึงสองเท่า) ซึ่งเส้นใยไฟเบอร์ จะช่วยควบคุมระบบการย่อยอาหารและการขับถ่าย รวมถึงการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงจนเกินไป               

                นอกจากนี้ควินัว ยังเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะมีน้ำตาลต่ำและมีเส้นใยสูง สามารถใช้ทดแทนอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตได้เป็นอย่างดี

Protein :  โปรตีน สูงกว่าข้าวสาลีและข้าวบาร์เล่ย์ อุดมด้วยกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 9 ชนิด

Lysine ไลซีน กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ

Fiber :  ไฟเบอร์ สูงกว่าธัญพืชอื่นๆถึงสองเท่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

Iron : ธาตุเหล็ก จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ดีต่อระบบไหลเวียนเลือด

Phosphorus :  ฟอสฟอรัส ช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมันและแป้ง ทำให้ร่างกายมีพลังงาน

Magnesium แมกนีเซียม มีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาล เสริมสร้างมวลกระดูก

Vitamin B12 : มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง